|
ประธานเมทัลโซน
|
 |
« เมื่อ: พฤษภาคม 05, 2009, 05:15:32 pm » |
|
บูน บางปู - ขอบคุณพี่รักษ์มากๆเลยครับ ที่ให้เกียรติกับทางเวปเมทัลโซนในการสัมภาษณ์ครั้งนี้ครับ
พี่รักษ์ - ยินดีครับ และขอบคุณเช่นกัน
บูน บางปู - อยากให้พี่รักษ์เล่าประวัติความเป็นมาในการฟังเพลงเมทัลว่าเริ่มมาได้อย่างไรครับ
พี่รักษ์ - ผมเริ่มรู้จักกับคำว่า ?เมตัล? ในครั้งแรกตั้งแต่ปี 1993 ซึ่งในตอนนั้นผมเพิ่งได้เข้าเรียนที่สถาบันแห่งหนึ่ง และที่สถาบันแห่งนี้จะมีวันให้นักศึกษาทำกิจกรรมร่วมกันอยู่หนึ่งวันซึ่งเค้าได้เรียกว่า ?วันคลายเครียด? หรือเป็นวันให้นักศึกษาได้ระบายออกทางดนตรี ซึ่งปีที่ผมเรียนมีวง The Olarn Project เป็นวงเฮดไลน์ ส่วนวงเปิดก็เป็นวงในสถาบันเพื่อนๆกัน 4-5 วงเล่นเพลงคัฟเวอร์พวก Ugly Kid Joe, Guns N? Roses, Bon Jovi, Skid Row และอื่นๆอีก แต่ผมมาโดนอยู่วงนึงซึ่งเค้าเล่นเพลงหนักกว่าวงอื่น ผมเลยไปถามเพื่อนซึ่งเล่นในวันนั้นด้วยว่าเพลงของใคร เพื่อนผมมันก็บอกมาว่าเป็นเพลงคัฟเวอร์ของวง Metallica และหลังจากนั้นผมก็ไปตามล่าหาซื้อเทปมันมาฟังและเพื่อนผมคนนี้ก็ยังแนะนำนิตยสารอีกเล่มนึงซึ่งมีประโยชน์มากๆคือ The Quiet Storm ผมซื้อเล่มแรกคือเล่มที่ 134 เป็นนิตยสารที่ผมใช้ในการติดตามแวดวงเมตัลมาโดยตลอด น่าเสียดายมากครับที่ The Quiet Storm ได้ออกเล่ม 156 มาเป็นเล่มสุดท้ายแล้วก็ปิดตัวลง (แต่ว่า The Quiet Storm เป็นนิตยสารรวมทุกแนวนะครับตั้งแต่ร็อคขึ้นมาจนถึงเมตัล แถมยังมีสอนดนตรีในเล่มด้วย) ต่อมาก็มี CTD Zine เกิดขึ้นมาซึ่งวางขายเล่มแรกคือเล่ม 4 ซึ่งเล่มนี้ก็เป็นเมตัลเพียวๆแล้วก็เลยติดตามมาตลอดจนมาถึง Heavy Metal Magazine ซึ่งออกมาแค่ 5 เล่มแล้วก็มาเป็น Metal Magazine ซึ่งเป็นนิตยสารเมตัลที่ดีที่สุดของไทย ส่วนการฟังเพลงในสมัยนั้นก็เริ่มฟังจากเทปของวง Guns N? Roses, Skid Row, Bad 4 Good, Iron Maiden, Judas Priest, Racer X, Manowar, Metallica, Megadeth, Slayer, Sepultura จนหนักขึ้นเป็นพวก Death Metal แล้วก็สุดท้ายมาเป็น Black Metal ส่วนค่ายที่ออกงานในตอนนั้นที่ซื้อบ่อยๆก็มี Sony, Solar Entertainment, S.Stack, MCR, Roxx Records, EMI, Dark Angels, VMP (ค่ายนี้มีคลื่นวิทยุเปิดเพลงเมตัลในสมัยนั้นด้วยครับ อยู่ที่คลื่น FM 98.5 Mhz ชื่อรายการว่า What?s Up? จะเปิดทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 4 ทุ่ม-ตี 1 โดยเวลา 4 ทุ่ม-5 ทุ่ม จะเปิดเพลงDance เพราะว่าค่ายนี้มีแนว Dance ออกมาขายด้วยครับ หลังจากนั้นจะเป็นเวลาของผมแล้วที่เตรียมตัวฟังแล้วก็จะจดชื่อวงชื่ออัลบัมเพื่อที่จะไปซื้อมาฟัง คือช่วงเวลา 5 ทุ่ม-ตี 1 จะเปิดแนว Doom, Death แล้วก็ Black Metal ดำเนินรายการโดย DJ Stone ผมคิดว่าน่าจะเป็นคลื่นเดียวในประเทศไทยนะที่เปิดเพลงแนวนี้ แถมยังมีเกมส์ให้ร่วมสนุกทางโทรศัพท์ด้วยโดยการโทรไปตอบคำถามออกอากาศ ผมยังได้เทปมาตั้งหลายม้วนจากการเล่นเกมส์ เสียดายมากๆครับที่รายการอยู่ได้ไม่นานก็ต้องปิดตัวลงเช่นกัน) นับจนถึงวันนี้ก็ผ่านมา 16 ปีแล้ว ผมก็ยังเสพติดอยู่แต่กับเพลงเมตัลอยู่เหมือนเดิม
บูน บางปู - 5 อัลบั้มในดวงใจไปตลอดกาลของพี่มีอัลบั้มอะไรบ้างครับ
พี่รักษ์ - ผมฟังเมตัลหลายแขนงครับ ถ้าให้บอกอัลบัมในดวงใจทั้งหมดแน่นอนว่าต้องมากกว่า 5 อัลบัมอยู่แล้ว แต่ถ้าจะเอาแค่ 5 ผมขอเลือกอัลบัมที่ผมชอบที่สุดของแต่ละแนวละกันครับ
1. Judas Priest - Painkiller 2. Slayer - Reign in Blood 3. Cannibal Corpse - Tomb of the Mutilated 4. Suffocation - Effigy of the Forgotten 5. Dissection - Storm of the Light's Bane
บูน บางปู - วงอะไรที่พี่รักษ์อยากเห็นมาแสดงสดที่ไทยมากที่สุดครับ
พี่รักษ์ - จริงๆแล้วข้อนี้ตอบยากมากนะครับเพราะผมฟังหลายแนวและก็อยากดูทุกแนว ทั้งIron Maiden, Judas Priest, Metalucifer, Slayer, Violator, Desaster, Enthroned, Deicide แต่ถ้าจะให้เลือกแค่ 1 วงก็ขอเป็น Cannibal Corpse ล่ะกันครับ
บูน บางปู - พี่รักษ์คิดอย่างไรเกี่ยวกับการดาวโหลดเพลงจากเน็ทในตอนนี้ครับ
พี่รักษ์ - มันคือเทคโนโลยีอย่างนึงที่มีวิวัฒนาการไปตามกาลเวลา จนวันนึงมันก็แทรกซึมเข้ามาในวงการเพลงเมตัล ผมคิดว่าคำว่า ?ผิด? หรือ ?ไม่ผิด? มันขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ในการดาวน์โหลดมากกว่า ว่าคุณต้องการโหลดไปเพื่ออะไร ถ้าใช้เพื่อเป็นไกด์ไลน์ในการตัดสินใจว่าคุ้มค่าที่จะเสียเงินซื้อไหม ผมว่ามันก็เป็นการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีได้อย่างเหมาะสม แต่ถ้าคุณใช้เพื่อการเสพย์ความบันเทิงอย่างเอาเป็นเอาตาย หรือเอามาสะสมเป็น MP3 Collection มันก็ไม่ต่างอะไรกับการขโมยเพลงคนอื่นเค้ามาฟัง ไม่ต้องอะไรมาก ถ้าคุณมีวงของคุณเองและกว่าที่คุณจะคิดท่อนริฟฟ์เจ๋งๆขึ้นมาให้ได้สักท่อน บรรจงเขียนเนื้อร้องที่ต้องกลั่นกรองออกมาจากมันสมอง หวดกลองติดต่อกันเป็นชั่วโมงๆ คิดดูว่ามันเหนื่อยยากสาหัสขนาดไหน แล้วไหนจะค่าห้องซ้อม ค่าห้องบันทึกเสียง ค่ารถ แถมยังต้องเสียเวลาทำมาหากินเพื่อมาทำเพลงให้หลายๆคนได้ฟังได้มันกัน แต่คนบางคนกลับเสพย์สุขได้เพียงแค่กระดิกปลายนิ้ว ลองคิดดูว่าถ้าเป็นวงคุณเองคุณจะรู้สึกอย่างไร
บูน บางปู - อยากให้พี่รักษ์เล่าถึงความเป็นมาของ ร้าน Triple Six ว่ามีมาได้อย่างไรครับ
พี่รักษ์ - ผมเริ่มเปิดร้านตั้งแต่เดือน ธ.ค. ปี 2005 มาถึงวันนี้ก็ 3 ปีกว่าแล้ว ถ้าถามว่ามาเปิดร้านได้อย่างไร คือผมคิดว่ามันเป็นความใฝ่ฝันของเมตัลเฮดทุกคนอยู่แล้วที่อยากจะมีร้านเมตัลเป็นของตัวเอง ได้ฟังเพลงทั้งวัน ได้สั่งของที่ตัวเองอยากได้ ได้มีโอกาสพบปะพูดคุยกับเมตัลเฮดที่เป็นลูกค้าหลายคนหลายกลุ่มซึ่งชอบและมีรสนิยมในการฟังเพลงเหมือนกัน แต่สิ่งเหล่านี้มันก็ขึ้นอยู่กับจังหวะ โอกาส และปัจจัยหลายๆอย่างในชีวิตที่ทำให้ทุกอย่างมันเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาได้ ผมว่ามันลำบากเหมือนกันครับ จากเมื่อก่อนที่เคยสั่งมาสะสมเองแต่ตอนนี้ก็ต้องสั่งมาขายด้วย เคยเจอมาหมดแล้วครับทั้งขาดทุน โดนโกงเงิน ส่งของมาผิด ของหายบ้าง หรือลูกค้าสั่งของแล้วไม่มาเอาก็มี แต่มาถึงวันนี้ผมก็ภูมิใจครับที่ได้ทำร้านนี้ขึ้นมา ได้เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยขับเคลื่อนวงการในไทย และได้มีโอกาสแนะนำอัลบัมดีๆที่หลายๆคนอาจจะยังไม่เคยฟังให้ได้ฟังกัน เดิมทีร้านเก่าอยู่ที่ตึกวิกตอรี่ คอร์นเนอร์ ละแวกอนุสาวรีย์ชัยฯนี่ล่ะครับ อยู่ตรงนั้นมาประมาณ 1 ปีก็ย้ายมาอยู่ที่ศูนย์การค้าเซ็นจูรี่ เดอะมูฟวี่ พลาซ่า (ชั้นใต้ดิน) ปากซอยรางน้ำ ฝั่งถนนพญาไท จนถึงปัจจุบัน
บูน บางปู - อัลบั้มไหน แนวไหนที่ขายดีที่สุดในร้านครับพี่
พี่รักษ์ - ข้อนี้ก็ตอบยากเหมือนกันครับ แล้วแต่ช่วงมากกว่าว่าช่วงนั้นแนวไหนมาแรงหรือว่าช่วงนั้นวงอะไรกำลังจะมาเล่นที่นี่ แต่ถ้าเป็นช่วงนี้ก็ขายพอๆกันทุกแนวครับทั้ง Thrash, Death, Black แล้วก็ Brutal Death แล้วแต่คนชอบมากกว่า ถ้าเป็นเด็กรุ่นใหม่ส่วนใหญ่ก็จะฟังเจาะจงแนวใดแนวนึงไปเลย ไม่เหมือนพวกรุ่นผมที่ฟังแบบพัฒนามาทีละขั้นจึงทำให้ฟังกันได้หลายแนว
บูน บางปู - มีร้านขายแผ่นเมทัลร้านไหนที่ดังและอยู่ในระดับเดียวกันกับร้านพี่รักษ์บ้างครับ
พี่รักษ์ - ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าร้านผมอยู่ในระดับไหน ผมไม่คิดว่าร้านผมดังระดับประเทศนะ เพราะก็ยังมีเมตัลเฮดหรือคนฟังเพลงเมตัลในบ้านเราอีกหลายคนที่ยังไม่เคยได้ยินหรือรู้จักร้าน Triple Six และก็ยังมีอีกหลายร้านที่เปิดมานานและมีชื่อเสียงกว่าร้านผม แต่ถ้าถามว่ามีร้านขายสินค้าเมตัลดีๆร้านไหนบ้างที่ผมรู้จักและพอแนะนำได้ ก็มีร้าน J.U.ที่พันธ์ทิพย์ ซึ่งร้านนี้ผมเป็นลูกค้ามาสิบกว่าปีได้แล้ว เพราะว่าอยู่ไม่ไกลจากบ้านมากนัก ช่วงหลังจากที่เปิดร้านแล้วถ้ามีโอกาสได้ไปซื้อของที่นั่นก็ยังไปทักทายเจ๊จูอยู่ทุกครั้ง ส่วนอีกร้านก็คงเป็น Metal Quest ซึ่งผมกับเป็คก็รู้จักกันมาเกือบ 10 ปีได้แล้ว ตั้งแต่เป็นคนฟังเพลงเมตัลเหมือนกันจนในตอนนี้ก็มาทำร้านแล้วทั้งคู่
บูน บางปู - ส่วนมากลูกค้าที่มาที่ร้านจะอยู่ในวัยไหน เรียนหรือทํางานส่วนมากครับ มีลูกค้าต่างชาติบ้างไหมครับ
พี่รักษ์ - หลากหลายครับ มีตั้งแต่วัยเรียนไปจนถึงวัยทำงาน หลายคนก็เป็นลูกค้าตั้งแต่ยังเรียนจนตอนนี้ก็ทำงานแล้ว ทั้งผู้ชาย ผู้หญิง บ้างก็ฟังจริงจังมากว่า 10 ปี บ้างก็ฟังตามกระแส มาๆหายๆ ส่วนลูกค้าต่างชาติก็มีบ้างครับ ทั้งจากเอเชียเช่นสิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น แล้วก็ยุโรป อเมริกา ออสเตรเลียก็มี ต่างชาติบางคนที่พำนักอาศัยอยู่ที่นี่ก็จะเป็นลูกค้าประจำ มาได้บ่อยๆ บางคนมาเที่ยวแล้วตั้งใจมาซื้อพวกวงคนไทย ก็เป็นโอกาสให้เราได้แนะนำวงดีๆในบ้านเราอย่าง Surrender of Divinity, Zygoatsis, Lacerate, A Good Day for Killing, Masochist, Deathguy เหล่านี้เป็นต้น ผมเห็นบางคนมาเที่ยวเมืองไทยทีไรก็จะต้องแวะมาที่ร้านทุกครั้ง อย่างน้อยได้มานั่งคุย อัปเดตแวดวงในบ้านเราบ้านเขา แค่นี้ผมว่าเมตัลเฮดที่มาก็คงไม่เสียเที่ยวแล้ว
บูน บางปู - พี่รักษ์คิดอย่างไรเกี่ยวกับวงการเมทัลไทยตอนนี้ กับในอดีตต่างกันมากไหมครับ
พี่รักษ์ - ทุกอย่างในโลกนี้ล้วนมีวิวัฒนาการของมัน จึงอาจสร้างความแตกต่างบ้างในแต่ละยุคสมัย แต่อย่างนึงที่ผมเห็นว่ามันไม่เคยเปลี่ยนเลยคือความมั่นคง หนักแน่นในอุดมการณ์ของพี่หลายๆคนที่ผมเคารพ อย่าง Metal Savage, Mayhemic Destruction, พี่โต+พี่ตอง (Witchhammer Productions), พี่อาร์ท (In Coffin Productions), พี่เบิ้ล (CTD Zine) หรือเพื่อนพ้องหลายคนที่ฟังเพลงมารุ่นๆเดียวกับผม หลายคนยังคงขับเคลื่อนแวดวงบ้านเราให้รุดหน้าต่อไปได้อย่างเช่นบอย (S.O.D.,Lacerate) ทุกคนเมื่อก่อนเป็นอย่างไรเดี๋ยวนี้ก็ยังเป็นอย่างนั้น สิ่งนี้ล่ะมั้งที่ทำให้วงการเมตัลในบ้านเรายังอยู่มาได้จนทุกวันนี้ ส่วนเรื่องความต่างก็คงเป็นเทคโนโลยีหรืออินเตอร์เน็ตที่เข้ามามีบทบาทสำคัญทำให้คนฟังเพลงเมตัลหลายๆคนในปัจจุบันมีนิสัยการฟังไม่เหมือนคนในอดีต อย่างการสะสมของ การดิ้นรนที่จะไปดูโชว์หรือคอนเสิร์ตต่างๆ การพยายามขวนขวายหาข้อมูล คนเราบางทีพอได้อะไรมาง่ายๆก็จะไม่ค่อยเข้าถึงความสุขในการเสพย์ของสิ่งนั้นให้ได้เต็มอรรถรส ในสมัยก่อนกว่าจะได้มาฟังต้องซื้อเท่านั้นนะครับ อินเตอร์เน็ตยังไม่มีใช้เลย ลองฟังก่อนก็ไม่ได้ต้องดูหน้าปกหรือรีวิวจากนิตยสารบ้างแล้วก็เสี่ยงซื้อมาเลย ชอบบ้างไม่ชอบบ้างก็ต้องทำใจครับ อีกอย่างคือเท่าที่สังเกตดูปริมาณคนฟังดูเหมือนจะเพิ่มมากขึ้นครับ แต่คุณภาพกลับลดลง คนฟังใหม่ๆหลายๆคนไม่ค่อยบ้าเก็บ Tape, CD, LP หรือสะสมของเหมือนพวกรุ่นผมแล้ว
บูน บางปู - อยากให้พี่รักษ์พุดถึงที่ร้านว่าจะมีแนวโน้มขยายสาขา หรือไม่อย่างไรในอนาคตครับ
พี่รักษ์ - การขยายสาขาคงเป็นไปได้ยาก หรือแทบเป็นไปไม่ได้เลย ทุกวันนี้ผมก็ทำร้านด้วยตัวเอง ไม่ได้จ้างใครเพราะถือว่าเราทำเพราะใจเรารัก ไม่ได้คิดแต่ส่วนต่างของผลกำไรเพียงอย่างเดียว การขยายสาขาเราคงเข้าไปดูแลทั้งหมดเองไม่ได้ แล้วจะเปิดไปเพื่ออะไรครับ สู้มีร้านเดียวแล้วทำให้มีคุณภาพดีกว่า จะได้สามารถดูแลลูกค้าทุกคนได้ด้วยตัวเอง ที่จริงทางร้านก็มีบริการส่งสินค้าทางไปรษณีย์ทั่วประเทศอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องขยายสาขาก็น่าจะส่งของได้ทั่วถึง อีกอย่างก็คือคนฟังที่นี่ยังน้อยมากๆครับถ้าเทียบกับพวกมาเลเซียหรืออินโดนีเซีย มีคนฟังใหม่ๆเกิดขึ้นมาก็จริงแต่ก็มีคนที่เลิกฟังไปเยอะเหมือนกัน
บูน บางปู - อยากให้พี่รักษ์ให้แง่คิด และจิตสํานึกดีๆแก่พี่ๆน้องๆในวงการเมทัลของเราครับ
พี่รักษ์ - ดนตรีเมตัลจริงๆแล้วไม่ใช่ดนตรีตามกระแสหรือแฟชั่นนะครับ คนที่ฟังเพราะตามคนอื่นหรือฟังเพราะว่ามันเท่ห์ผมว่าคุณคิดผิดแล้วครับ ผมอยู่ร้านได้เห็นตัวอย่างมาเยอะแล้วครับว่าคนที่ฟังตามๆกันสุดท้ายก็ต้องเลิกฟังไป การฟังดนตรีเมตัลมันต้องซีเรียสและจริงจังกับมันเท่านั้นถึงจะอยู่ด้วยกันได้ยาว ผมอยากให้เด็กรุ่นใหม่ๆได้คิดดูให้ดีๆว่าเข้ามาฟังเพราะเหตุผลใด ถ้าฟังแล้วชอบมันจริงๆก็ฟังไปเลยจะเป็นเมตัลสายพันธุ์ไหนก็ได้ แต่ถ้าฟังตามเพื่อนหรือว่ามันเท่ห์ก็จงเลิกยุ่งกับเมตัลเถอะ เสียเวลาเสียเงินมาซื้อของสุดท้ายเมื่อเลิกก็ต้องเอาไปขายทิ้งอยู่ดี ส่วนคนที่คิดจะฟังจริงๆจังๆก็จงช่วยกันสนับสนุนวงการด้วยนะครับ ด้วยการซื้อ Tape, CD, DVD, Vinyl, T-Shirt หรือของสะสมต่างๆของวงที่เราชอบ เพื่อเป็นการสนับสนุนให้วงอยู่ต่อไปได้ ไม่จำเป็นต้องมาซื้อที่ร้านผมก็ได้นะครับ ซื้อที่ร้านไหนก็ได้ขอแค่ให้คิดที่จะซื้อบ้างก็พอแล้ว และอีกอย่างคือการไปดูคอนเสิร์ต เดี๋ยวนี้แต่ละงานคนน้อยมากๆครับ ไม่ค่อยออกมาดูโชว์กันเลย ถ้าจะฟังให้มันครบเครื่องมันต้องไปดูโชว์ของจริงครับว่ามันขนาดไหน คนละอารมณ์กับอยู่บ้านฟังคนเดียวครับ หลายๆคนมาดูโชว์ก็ได้เพื่อนใหม่กลับไป ได้แลกเบอร์ติดต่อกันแลกอีเมลกันทำให้มีเพื่อนคุยกันเพิ่มขึ้นครับ ก็อยากจะฝากไว้แค่นี้ครับเรื่องการสนับสนุนผลงานของวงและก็เรื่องคอนเสิร์ต ยังไงก็ช่วยๆกันด้วยนะครับ สำหรับคนที่กำลังคิดอยากจะเริ่มฟังหรือว่าฟังมาได้สักระยะนึงแล้วอย่าเพิ่งท้อไปก่อนล่ะ แวดวงในไทยจะได้แข็งแกร่งขึ้น อย่างน้อยเอาให้ได้เท่ามาเลเซียหรืออินโดนีเซียผมก็ดีใจแล้วครับ
บูน บางปู - ขอบคุณพี่รักษ์มากๆในการให้สัมภาษณ์กับทางเวปเราในครั้งนี้ ขอให้ที่ร้านขายดีๆรวยๆครับ
พี่รักษ์ - ขอบคุณเช่นกันครับ ก็หวังว่าทางเวบไซต์แห่งนี้จะช่วยเป็นแรงขับเคลื่อนที่ดีให้วงการนี้ตลอดไป
|